dot dot
dot

dot


ดีซ่าน คืออะไร? article

      ดีซ่าน คือ การที่ผู้ป่วยมีสารที่เรียกว่าบิลลิรูบิน (bilirubin) ในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ  สารบิลลิรูบินเป็นสารที่ได้รับจากการแตกสลายของเม็ดเลือดแดง (ปกติเม็ดเลือดแดงแต่ละเม็ดจะมีอายุประมาณ 120 วัน) สารบิลลิรูบินที่เกิดขึ้นนี้มีสีเหลือง มันจะถูกกรองออกจากกระแสเลือดที่ตับและขับออกมากับน้ำดี (bile) น้ำดีจะถูกส่งไปที่ลำไส้เล็กส่วนต้นและขับออกจากร่างกายพร้อมกับอุจจาระ ทำให้อุจจาระมีสีเหลือง

ในภาวะปกติน้ำดีจะถูกขับออกจากร่างกายตลอดเวลา หากสารบิลลิรูบินมีปริมาณในร่างกายมากเกินไปจะทำให้ร่างกายเป็นดีซ่านได้ สาเหตุหลักๆมีได้ 3 สาเหตุ คือ
  1. ร่างกายสร้างสารบิลลิรูบินมากเกินไป มักเกิดในผู้ที่เป็นโรคเม็ดเลือกแดงแตกผิดปกติ เช่นโรคทัลลัสซีเมีย (thallasemia), G6PD หรือการแตกของเม็ดเลือดแดงจากการติดเชื้อมาเลเรีย  ร่างกายของผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่สามารถขับสารบิลลิรูบินออกจากร่างกายได้ทัน ทำให้มีการคั้งของสารภายในร่างกาย
  2. ตับผิดปกติ ตับเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่กรองสารบิลลิรูบินออกจากร่างกาย เมื่อตับทำงานบกพร่อง เช่น โรคตับอักเสบ (จากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือดื่มเหล้า) โรคฉี่หนู (leptospirosis) ติดเชื้อสครัป (scrub thyphus) เนื้องอกที่ตับ หรือตับแข็ง จะทำให้ตับไม่สามารถกรองสารบิลลิรูบินออกจากร่างกายได้
  3. ทางเดินน้ำดีอุดตัน หากตับกรองสารบิลลิรูบินได้แต่ท่อทางเดินน้ำดีอุดตัน ก็จะทำให้ร่างกายไม่สามารถขับสารบิลลิรูบินออกจากร่างกายได้ สาเหตุของทางเดินน้ำดีอุดตันได้แก่ นิ่วในท่อน้ำดี มะเร็งชนิดต่างๆที่ไปกดท่อน้ำดี เช่น มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้เล็กส่วนต้น มะเร็งทางเดินน้ำดี และทางเดินน้ำดีอักเสบ
เมื่อมีสารบิลลิรูบินคั้งในร่างกาย สารนี้จะไปสะสมอยู่ตามเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย จุดที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายๆได้แก่ ตาขาว ริมฝีปาก และผิวหนัง
 
เมื่อไปพบแพทย์
 
แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุของดีซ่าน ซึ่งในขึ้นแรก แพทย์จะตรวจดูว่าท่านมีลักษณะอาการเหลืองจากดีซ่านเกิดขึ้นจริงหรือไม่โดยการตรวจดูความเหลืองที่ตาขาว ผู้ที่เป็นดีซ่านจริงจะมีตาขาวสีเหลือง ผิวหนังสีเหลืองและอาจมีอาการคันตามผิวหนังร่วมด้วย ในผู้ที่มีผิวหนังสีเหลืองแต่ตาขาวไม่เหลืองก็พบได้ ซึ่งเกิดจากการมีสารแคโรทีนสะสมที่ผิวหนัง มักพบในผู้ที่รับประทานผลไม้ที่มีสีเหลือง เช่น แครอท มะละกอ หรือฟักทอง เป็นประจำ อาการเหลืองจากสารแคโรทีนนี้สามารถหายได้โดยการงดกินผลไม้ดังกล่าว
หลังจากการซักประวัติและตรวจร่างกายแล้ว แพทย์มักขอผู้ป่วยเจาะเลือดเพื่อแยกโรคที่อาจเป็นสาเหตุของอาการดีซ่าน เช่น ตรวจนับเม็ดเลือด (CBC) การทำงานของตับ (liver function test) และระดับของสารบิลลิรูบินในกระแสเลือด หากแพทย์สงสัยว่าอาการเหลืองอาจเกิดจากตับอักเสบ อาจส่งตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ (hepatitis) ร่วมด้วย
หากแพทย์คาดว่าอาการเหลืองที่เกิดขึ้นเกิดจากการอุดตันของทางเดินน้ำดี หรือเกิดจากเนื้องอก แพทย์จะส่งตรวจหาความผิดปกติทางรังสีวิทยา เช่น การตรวจอัลตร้าซาวด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การตรวจชนิดต่างๆมีความแตกต่างกันดังนี้
อัลตร้าซาวด์ สามารถตรวจคัดกรองการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดีได้ด้วยความแม่นยำสูง ตรวจพบทางเดินน้ำดีที่ขยายตัวขึ้น หรือตรวจพบก้อนในตับได้ชัดเจน แต่อัลตร้าซาวด์มีความไวน้อยในการบอกสาเหตุว่าการอุดตันของทางเดินน้ำดีนั้นเกิดจากอะไร ต้องทำการตรวจต่อด้วย CT scan หรือ MRI
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) สามารถตรวจพบการอุดตันของทางเดินน้ำดีและบอกสาเหตุของการอุดตันได้ชัดเจน เช่น นิ่วในทางเดินน้ำดี เนื้องอกที่ตับหรือตับอ่อน เนื้องอกของระบบทางเดินน้ำดี
เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) สามารถตรวจพบการอุดตันของทางเดินน้ำดีและบอกสาเหตุของการอุดตันได้ชัดเจนเช่นเดียวกับ CT scan แต่ MRI มีข้อดีคือไม่ใช้รังสีร่วมในการตรวจ สามารถใช้ได้ในผู้ที่แพ้สารทึบรังสีชนิดที่ไม่ไอโอดีน (ใช้ในการฉีดร่วมกับการตรวจ CT scan) และ MRI สามารถสร้างภาพทางเดินน้ำดีแบบ 3 มิติ (MRCP) ได้ ซึ่งมีประโยชน์ในการตรวจหาความผิดปกติของระบบทางเดินน้ำดีได้โดยละเอียด
การตรวจทางเดินน้ำดีด้วยวิธีอื่นๆ ที่แพทย์อาจส่งตรวจและใช้ร่วมกับการรักษาได้แก่ การส่องกล้องเข้าทางลำไส้เล็กเพื่อตรวจดูท่อทางเดินน้ำดี (endoscopic retrograde cholangiopancreatography, ERCP) หรือการฉีดสารทึบรังสีเข้าระบบทางเดินน้ำดีโดยตรงผ่านทางตับ (percutaneous cholangiopancreatography, PTC)
 
 
ตัวอย่างภาพที่ได้จากการตรวจด้วยเครื่อง CT SCAN และ MRI
 
ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยเรื่องปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา ร่วมกับมีไข้และดีซ้าน
 
 
                
 
 
 ภาพ CT scan ของตับ ตรวจพบว่าสาเหตุของการอุดตันเกิดจากนิ่วที่ท่อทางเดินน้ำดีร่วมส่วนปลาย พบเป็นก้อนสีขาว (ลูกศรใหญ่) ถุงน้ำดีขยายตัวใหญ่ขึ้นและมีผนังหนาขึ้น บ่งบอกว่ามีการอักเสบของถุงน้ำดีร่วมด้วย (ลูกศรเล็ก)
 
 
ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยเรื่องปวดท้องใต้ชายโครงขวา ดีซ่าน น้ำหนักลด
 
  
 
 
                                  
 
 การรักษา
  
แพทย์จะทำการรักษาตามสาเหตุที่เป็น เช่น
     1.  หากเกิดจากเม็ดเลือดแดงแตกผิดปกติ แพทย์จะทำการรักษาเพื่อลดการแตกของเม็ดเลือดแดง ให้เลือดเพิ่มเติม ให้พักผ่อนมากๆ
     2.  หากเกิดจากตับทำงานผิดปกติ เช่น ตับอักเสบ ดื่มเหล้า ตับแข็ง แพทย์จะรักษาเพื่อประคับประคองตับให้กลับมาทำงานเป็นปกติ ให้ยาต้านไวรัสตับอักเสบ ลดสาเหตุที่จะทำอันตรายต่อตับเพิ่มเติม
     3.หากเกิดจากการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดี แพทย์อาจผ่าตัดเพื่อนำนิ่วหรือเนื้องอกออกจากร่างกาย ใส่ท่อระบายทางเดินน้ำดี
 
 
ผู้เขียน  นพ. วิทย์ วราวิทย์



ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย

MRI คืออะไร
การตรวจสุขภาพด้วยเครื่อง MRI
ยาที่ใช้ฉีดร่วมกับการตรวจ MRI
MRI ปอดและทรวงอก article
MRI ช่องท้องส่วนล่าง article
MRI ช่องท้องส่วนบน
MRI สมอง brain
MRI หัวเข่า
หมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาท
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (H1N1) article
ตัวก่อมะเร็งตับ -- ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี
แผนที่ รัชวิภา MRI CENTER
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด สารกัมมันตภาพรังสีกับต่อมไทรอยด์
มาตรฐาน ISO9001:2008
Technical standard
Rachvipa MRI Center



 
บริษัท รัชวิภา เอ็ม อาร์ ไอ จำกัด
9 ซอยรัชดาภิเษก 56 ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตุจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel. 02-158-1088 ,02-911-1317-18   Fax. 02-158-1089  Email : contact@rachvipamri.com